Better Days – ไม่มีวัน ไม่มีฉัน ไม่มีเธอ

Share with your friends

[รีวิว] Better Days – ไม่มีวัน ไม่มีฉัน ไม่มีเธอ
— 9.9/10 —
เรื่องราวการก้าวผ่านวัยที่ถ่ายทอดออกมาได้หนักหน่วง
ดุเดือด เข้มข้น โรแมนติค งดงาม และสะท้อนสังคมได้น่าตกใจ
ตอกหน้าหนักๆ ว่าการ Bully ไม่ใช่เรื่องตลก!

ดีงาม ดีงามจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าหนัง Better Days จากตัวอย่างที่น่าจะเป็นหนังวัยรุ่นทั่วๆ ไป กลับสะท้อนอะไรออกมาได้หลายอย่างและดีงามขนาดนี้ อยากปรบมือให้ทุกคนในหนังเรื่องนี้เลยจริงๆ และโชคดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้

Better Days เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโต การก้าวผ่านวัยของหญิงสาวมัธยมคนหนึ่ง ที่หวังอยากเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเพื่อนของเธอโดน Bully ในโรงเรียนจนต้องฆ่าตัวตาย ทำให้ตัวเธอตกเป็นเป้าหมายการ Bully ต่อไป และเธอก็ได้บังเอิญเจอกับชายคนหนึ่งที่เขาบอกว่าจะปกป้องเธอ รวมๆ แล้วมันสะท้อนเพลงของ Paradox ได้ออกมาอย่างชัดเจนจริงๆ “เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย” 

มันก็คือหนังเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นเลย แนว coming-of-age นั่นแหละ แต่มันไม่ใช่หนังที่สร้างแรงบันดาลใจ มันคือหนังที่สะท้อนสังคมจีน และส่งเสียงสะท้อนไปอีกหลายประเทศเลย เกี่ยวกับประเด็นหลักในเรื่องการ Bully เอาจริงๆ การ Bully แต่ละยุคสมัยมันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมันก็มีมาตั้งนานแล้ว แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ว่ามันจะรุนแรงหรือเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เพราะมันจะติดตัวและสร้างแผลเป็นทั้งร่างกายและจิตใจให้กับคนที่ถูกกระทำไปตลอด ขั้นร้ายแรงที่สุดก็คือ ฆ่าตัวตาย ในหนังเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดจุดนั้นออกมาได้อย่างน่าตกใจ ดุเดือด เข้มข้นมาก 

นอกเหนือจากการ Bully หนังยังถ่ายทอดความฝันการโฟกัสเป้าหมายของเด็กมัธยมหลายๆ คนที่ตั้งหน้าตั้งตาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผ่านการสอบระดับชาติ เกาเข่า (คล้ายๆ เอ็นทรานซ์บ้านเรานั่นแหละ) ออกมาให้คนได้รับรู้ว่าชีวิตวัยรุ่นมันกดดันจริงๆ 

ยัง มันยังไม่หมดแค่นั้น แน่นอนว่าวัยรุ่นทุกคนต้องผ่านเรื่องราวความรัก และหนังก็ยังถ่ายทอดเรื่องราวความรักในเรื่องออกมาได้โคตรดีไม่แพ้ประเด็นอื่นๆ อีก บทจะโรแมนติคก็ซึ้งกินใจเสียเหลือเกิน บทจะดราม่าก็เล่นเอาจุกอกพูดไม่ออกเหมือนกัน

เรื่องประเด็นสังคมต่างๆ เรายังได้เห็นตลอดเรื่องเลยทีเดียว เรียกได้ว่าหนังถ่ายทอดทุกประเด็นออกมาได้ชัดเจนมาก และหนักหน่วงในทุกประเด็น! มีหมดทุกอารมณ์ ซึ้ง ดราม่า ตลก ไปถึงขั้นอุทานเลยว่า “เชี้*” 

ทั้งหมดนั้นมันถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงทุกตัวละคร ย้ำว่าทุกตัวละคร เล่นได้ดีมากๆ มากจนไร้ที่ติเลยทีเดียว โดยเฉพาะนักแสดงนำทั้งสอง รับผิดชอบบทบาทตัวเองได้ดีจริงๆ ขยี้อารมณ์ เล่นถึงมากทุกฉากเลยดีงามมากถึงมากที่สุด อินมากจริงๆ 

การดำเนินเรื่องเล่าได้ลื่นไหลมาก ไม่ติดขัด ไม่ขัดใจอะไรใดๆ ทั้งสิ้น การเลือกใช้เพลงประกอบในแต่ละฉากก็ส่งอารมณ์คนดูเหลือเกิน โดยเฉพาะบางฉากมีการตัดเงียบ เพื่อเล่นซีนอารมณ์ รวมถึงการตัดต่อการถ่ายทำที่ดีงาม

สรุปแล้ว Better Days ดีงามมากจริงๆ คือดูง่าย ไม่ยาก อินในทุกประเด็น ไปพิสูจน์ด้วยตาคุณเองเลย ถึงแม้ว่าเราจะชอบ The Gentlemen ของ Guy Ritchie มาก่อนหน้านี้ แต่เรื่องนี้ผมแนะนำให้คุณไปดูวันแรกที่มันเข้าฉายเลยด่วนๆ !!! 

ปล. ที่คะแนนหายไปนิดหน่อย คือบทบางส่วนที่เรายังสงสัย และหาคำตอบไม่ได้จริงๆ (ในช่วงท้ายๆ เรื่อง)